อาหารเสริมภูมิคุ้มกัน

Showing 1–20 of 23 results

อาหารเสริมภูมิคุ้มกัน เพิ่มภูมิต้านทานป้องกันโรคร้าย

ในสถานการณ์ที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อโรคในปัจจุบัน ส่งผลกระทบต่อผู้ที่มีระบบภูมิคุ้มกันต่ำทำให้ป่วยและอัตราการเสียชีวิตที่สูงกว่าผู้ที่มีระบบภูมิคุ้มกันแข็งแรง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการดึงดูดทำให้ผู้คนหันมารับประทาน อาหารเสริมภูมิคุ้มกัน กันมากขึ้น

ระบบภูมิคุ้มกัน ของคนเรานั้นก็เปรียบได้กับปราการด่านแรกของร่างกายที่คอยปกป้องต่อสู้ฟาดฟันกับเชื้อโรคร้ายต่าง ๆ ที่จะเข้ามาทำร้ายร่างกายเรา การเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกายจึงเป็นเรื่องที่สำคัญและมีความจำเป็นอย่างมาก เพราะหากระบบภูมิคุ้มกันของเราอ่อนแอ เชื้อโรคจะเข้าสู่ร่างกายของเราได้ง่าย

โดยอาหารเสริมภูมิคุ้มกันที่มีบทบาทในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันนั้นมีหลายชนิด ทำงานควบคู่กันอย่างเป็นระบบ วันนี้ OMG เลยจะมาแนะนำอาหารเสริมภูมิคุ้มกัน มีอะไรบ้างนั้นมาดูกันเลย

สุดยอดอาหารเสริมภูมิคุ้มกัน

1. แร่ธาตุสังกะสีหรือซิงค์ (Zinc) นอกจากจะช่วยในการลดสิว บำรุงผมและเล็บให้แข็งแรงแล้ว แร่ธาตุสังกะสียังเป็นสารอาหารที่มีบทบาทต่อระบบภูมิคุ้มกันอย่างมาก ช่วยทำให้ร่างกายมีประสิทธิภาพในการทำลายเชื้อโรคได้เป็นอย่างดี การขาดแร่ธาตุสังกะสีจะส่งผลต่อระบบภูมิคุ้มกันเป็นอย่างมาก เราจึงควรรับประทานแร่ธาตุสังกะสีให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย โดยปริมาณที่แนะนำให้รับประทานต่อวันคือ 15 มิลลิกรัมต่อวัน โดยรับประทานได้สูงสุดได้ไม่เกิน 45 มิลลิกรัมต่อวัน
2. วิตามินซี (Vitamin C) วิตามินซีจะช่วยกระตุ้นและเสริมสร้างการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน ป้องกันการรุกรานของสิ่งแปลกปลอมต่าง ๆ รวมทั้งกระตุ้นให้ระบบต้านอนุมูลอิสระในร่างกายให้ทำงานได้เป็นปกติ ในบางงานวิจัยยังชี้ให้เห็นว่า การเสริมวิตามินซีในรูปแบบของผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนั้นอาจช่วยลดโอกาสการติดเชื้อได้ด้วย โดยปริมาณวิตามินซีที่แนะนำให้รับประทานเพื่อช่วยในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน คือ 1,000 – 2,000 มิลลิกรัมต่อวัน
3. วิตามินดี (Vitamin D) เป็นวิตามินที่มีบทบาทต่อระบบภูมิคุ้มกัน โดยพบว่าการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันหลาย ๆ กลไกนั้น จะได้รับการกระตุ้นจากวิตามินดี โดยปริมาณที่แนะนำให้รับทานต่อวันอยู่ในช่วง 400 – 800 IU การมีระดับวิตามินดีในร่างกายที่เพียงพอจะช่วยให้ร่างกายทำงานได้อย่างปกติ นอกจากช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันแล้วยังพบว่าผู้ที่ขาดวิตามินดีอวัยวะเพศจะแข็งตัวได้ยากขึ้น
4. โอเมก้า 3 (Omega 3) เป็นกรดไขมันไม่อิ่มตัวที่จำเป็นชนิดหนึ่ง ที่มีส่วนช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเม็ดเลือดขาว ช่วยลดการอักเสบของเซลล์ในร่างกาย โดยปริมาณโอเมก้า 3 ที่แนะนำให้รับประทานต่อวัน คือ 500 – 1,500 มิลลิกรัม